วิธีตั้งค่าโอนสายโทรศัพท์มือถือ Android และ iPhone สำหรับคนมีโทรศัพท์ 2 เครื่องไว้ใช้งานแบบส่วนตัวและด้านธุรกิจ โดยควบคุมการติดต่อผ่านฟังก์ชันโอนสายไปยังมือถืออีกเครื่องที่ตั้งค่าไว้แบบอัตโนมัติ
โทรศัพท์มือถือ Android และ iPhone สามารถตั้งค่าการโอนสาย (Call Forwarding) ในกรณีที่คุณงานยุ่งหรือกำลังติดธุระ เมื่อมีคนรู้จักโทรเข้ามาที่มือถือของคุณ แต่ยังไม่ว่างรับสายก็สั่งให้ระบบโอนสายเองไม่ต้องเปิดมือถือมานั่งกดให้เสียเวลา บางคนอาจถึงขั้นบล็อกเบอร์โทรที่ไม่รู้จัก นอกจากการตั้งค่าในอุปกรณ์แล้วยังมีบริการจากเครือข่ายมือถือ ais และ true เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
รูปแบบการโอนสายโทรศัพท์
- โอนสายทุกครั้ง (Always forword)
- โอนสายเมื่อสายไม่ว่าง (When busy)
- โอนสายเมื่อไม่มีผู้รับ (When unanswered)
- โอนสายเมื่อติดต่อไม่ได้ (When unreachable)
เลือกรูปแบบการโอนสายแล้วให้ป้อน หมายเลขโทรศัพท์ แล้วกดปุ่ม Turn On ที่ต้องการโอนสายไปยังมือถือเครื่องอื่นหรือเบอร์บ้าน สำนักงาน เป็นต้น
วิธีตั้งค่าโอนสายโทรศัพท์มือถือ Android

เปิดแอป โทรศัพท์ กดไอคอน แถบเมนู 3 จุด มุมขวาบนหน้าจอ เลือกหัวข้อ การตั้งค่า ระบบจะเปิดหน้าการตั้งค่าโทร เลื่อนลงมาด้าน กดที่เมนู บริการเสริม

หน้าบริการเสริม เลือกหัวข้อ การส่งต่อการโทร จากนั้นเลือกเมนู การโทรปกติ หรือ การโทรด้วยวีดีโอ

ขั้นตอนสุดท้ายจะ 4 ตัวเลือกให้ตั้งค่าโอนสาย เช่น ส่งต่อเมื่อสายไม่ว่าง, ส่งต่อถ้าไม่ตอบรับ ป้อนหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้ระบบโอนสายไปที่เบอร์นั้น กดปุ่ม เริ่มใช้งาน
วิธีตั้งค่าการโอนสายบน iPhone
- เปิดการตั้งค่าของ iPhone
- แตะแอปโทรศัพท์ (Phone)
- แตะการโอนสาย (Call Forwarding)
- แตะเปิดการโอนสาย ปุ่มจะเป็นสีเขียว
- แตะส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์อีกเครื่อง

หลังตั้งค่าแล้วเมื่อมีสายเรียกเข้าหรือมีคนโทรเข้ามาจะถูกโอนสายไปยังหมายเลขปลายทางที่กำหนดไว้
ปัจจุบันมือถือสมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นล้วนมีระบบ Call Forwarding ติดเครื่องมาด้วย แต่การแสดผล UI อาจมีหน้าตาไม่เหมือนกันตามการออกแบบของผู้ผลิต ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะเมนู ตัวเลือกต่างๆ แถบจะมีชื่อเรียกเหมือนกันทั้งหมด จึงไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด อีกทั้งยังมีตัวเลือกอื่นที่มาในรูปแบบแอปพลิเคชันมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย