Disinformation ภัยร้ายจาก Generative AI ที่คุณและคนรอบข้างต้องพบเจอโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ท่ามกลางข้อมูลหลอกลวงที่มาในรูปแบบวีดีโอสั้นเข้าถึงง่ายเต็มหน้าฟีดโซเชียลอย่าง Facebook, Youtube, TikTok และ X หากขาดการตระหนักรู้อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดจนเกิดปัญหา ดังนั้นมาทำความรู้จักคำว่า Disinformation ที่เห็นบ่อยขึ้นด้วยการใช้ AI สร้างข้อมูลบิดเบือนที่กำลังส่งผลกระทบต่อสังคมออนไลน์

Disinformation คืออะไร
คนทำสื่อหรือสื่อมวลชนต้องรู้จักคำว่า Disinformation จัดอยู่ในกลุ่มข้อมูลประเภท Fake News ที่ผู้สร้างเจตนาตั้งใจหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิดอาจมีข้อมูลที่เป็นความจริงปนอยู่แค่บางส่วนเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ถ้าผู้รับสารขาดวิจารณญานไม่ตรวจสอบให้รอบคอบก็จะตกเป็นเหยื่อได้
ตามข้อปฏิบัติในการสร้างสื่ออย่างมีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาชีพสื่อมวลชนจะค่อนข้างระมัดระวังเรื่อง Disinformation ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบข้อความ รูปภาพ และวีดีโอ เพราะถ้าข้อมูลเผยแพร่ออกไปยังมวลชนผู้รับสารเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงก็จะส่งผลกระทบต่อผู้คนในสังคม
Disinformation ภัยร้ายจาก Generative AI
ในยุคที่ใครก็สามารถเป็นสื่อได้ซึ่งการมาของเทคโนโลยี Generative AI แทนที่จะนำมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสร้างสรรค์และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องรอบด้าน แต่มันกลับถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างข้อมูลปลอมจำนวนมาก เพราะให้ผลลัพธ์และผลตอบแทนที่รวดเร็ว
ข้อมูล Disinformation ที่ใช้ AI มักจะปรากฏบนโซเชียลในรูปแบบวีดีโอสั้น เช่น คลิปกล้องวงจรปิด บิดเบือนคำสอนทางศาสนา จำลองเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และ ตัวอย่างภาพยนตร์ปลอม ด้วยความสงสัยก็มักได้รับความสนใจเกิดแรงกระตุ้นให้อยากกดเข้าไปดูทำนองเดียวกับการใช้เทคนิคคลิกเบตด้วยภาพปกหรือพาดหัวยั่วให้คลิก

Disinformation ทำเพื่ออะไร
ข้อมูลที่มีเจตนาหลอกลวงมักมีเป้าหมาย เช่น หวังผลให้เกิดการถกเถียงกันของคนในสังคมซึ่งอาจบานปลายจนนำไปสู่ความขัดแย้ง และอาจสร้างความเสียหายหรือไปพาดพึงถึงบุคคลอื่นก็มีโอกาสถูกดำเนินคดีทางกฏหมาย การหลีกเลี่ยงปัญหาด้านกฏหมายจึงทำให้ข้อมูล Disinformation ที่ใช้ AI มักจะเป็นเรื่องไร้สาระ
แม้เจตนาจะอ้างว่าสร้างขึ้นเพื่อการเรียนรู้และความบันเทิง แต่เป้าหมายแท้จริงมักแสวงหาผลประโยชน์จากแพลตฟอร์มที่ให้ผลตอบแทน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คอนเทนต์กลายเป็นไวรัลมีการส่งต่อเกิด Engagement ก็จะเปลี่ยนเป็นรายได้
วิธีรับมือข้อมูล Disinformation
ปัจจุบันมีคนตกเป็นเหยื่อข้อมูลปลอมมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากพลังประมวลของเทคโนโลยี Generative AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาได้สมจริงทั้งภาพและเสียงจนแทบแยกไม่ออกจากความเป็นจริงเลยต้องใส่ลายน้ำกำกับไว้ แต่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ในขณะที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลที่เป็นสื่อกลางเผยแพร่ข้อมูลมีส่วนรับผิดชอบโดยตรง จากปัญหา Disinformation จึงออกมาตราการรับมือโดยอาศัยความร่วมมือของชุมชนช่วยกันตรวจสอบเนื้อหาที่บิดเบือนผ่านฟีเจอร์ Community Notes เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้คนที่พบเห็นได้รับรู้ข้อเท็จจริง
ส่วนวิธีการรับมือด้วยตนเองข้อมูลอะไรก็ตามที่ถูกส่งต่อมาจากคนอื่นๆ หากข้อมูลผิดแปลกไปจากความเป็นจริง อย่าเพิ่งเชื่อสนิทใจให้ตั้งธงไว้ก่อนหรือตั้งคำถามว่าเป็น AI หรือไม่ เพราะพลังของ Generative AI ทำให้ทุกสิ่งที่เราอ่าน เห็น และได้ยินกลายเป็นเรื่องน่าสงสัย
การแยกแยะว่าอะไรคือของจริงและอะไรคือสิ่งที่สร้างขึ้นโดย AI นั้นยากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเกือบทุกวัน แต่ขาดความรอบรู้ใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระ มักจะตกเป็นเป้าให้คนที่ฉลาดกว่าหลอกลวงเอาเปรียบอยู่บ่อยครั้ง